Agent ID: -

เช็คเบี้ยประกันชีวิต


ปี
{{validate_txt.age}}
บาท
{{validate_txt.value}}
แผนประกันชีวิต
{{item.heading}}

{{list}}

ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี

คำถามที่พบบ่อย
กรมธรรม์ประกันชีวิต แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ
  1. ประเภทสามัญ

    เป็นการประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยค่อนข้างสูง ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ปานกลางขึ้นไป ในการพิจารณารับประกันชีวิตอาจจะมีการตรวจสุขภาพหรือไม่ตรวจสุขภาพ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัท และมีการชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายปี, ราย 6 เดือน, ราย 3 เดือน หรือรายเดือน ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่บริษัทฯ นำเสนอออกสู่ตลาด จะเป็นกรมธรรม์ประเภทสามัญ
  2. ประเภทอุตสาหกรรม

    เป็นการประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยต่ำ โดยทั่วไปตั้งแต่ 10,000 - 30,000 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ปานกลางถึงรายได้ต่ำ การชำระเบี้ยประกันภัยจะชำระเป็นรายเดือน และไม่มีการตรวจสุขภาพ ฉะนั้นจึงมีระยะเวลารอคอย คือ ถ้าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บตามธรรมชาติ บริษัทจะไม่จ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้ แต่จะคืนเบี้ยประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยได้ชำระมาแล้วทั้งหมด ปัจจุบันบริษัทฯ ไม่เปิดขายกรมธรรม์ประเภทนี้แล้ว แต่ยังคงมีผู้เอาประกันภัยที่บริษัทฯ ยังคงมอบความคุ้มครองตามสัญญาให้อยู่จำนวนหนึ่ง
  3. ประเภทกลุ่ม

    เป็นการประกันชีวิตที่กรมธรรม์หนึ่งจะมีผู้เอาประกันชีวิตร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ส่วนมากจะเป็นกลุ่มของพนักงานบริษัท ในการพิจารณารับประกันอาจจะมีการตรวจสุขภาพหรือไม่ตรวจก็ได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัท การประกันชีวิตกลุ่มนี้อัตราเบี้ยประกันชีวิตจะต่ำกว่าประเภทสามัญและประเภทอุตสาหกรรม องค์กร หรือหน่วยงานที่สนใจทำประกันกลุ่ม สามารถติดต่อที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โดยแจ้งชื่อหน่วยงานของท่าน และชื่อเจ้าหน้าที่ที่ต้องการให้ติดต่อกลับ เพื่อฝ่ายประกันกลุ่มจะได้ติดต่อกลับไปหาท่านต่อไป
กรมธรรม์ประกันชีวิตมีมากมายหลายแบบ แต่ละแบบจะมีลักษณะความคุ้มครองและผลประโยชน์แตกต่างกันออกไป แต่แบบการประกันชีวิตพื้นฐานมีอยู่ 4 แบบคือ
  1. แบบตลอดชีพ

    เป็นการประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองตลอดชีพ ถ้าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตเมื่อใดในขณะที่กรมธรรม์มีผลบังคับ บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัย ให้แก่ผู้รับประโยชน์ วัตถุประสงค์เบื้องต้นของการประกันภัยแบบนี้เพื่อจัดหาเงินทุนสำหรับจุนเจือ บุคคลที่อยู่ในความอุปการะเมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต หรือเพื่อเป็นเงินทุนสำหรับการเจ็บป่วยครั้งสุดท้ายและค่าทำศพ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ตกเป็นภาระของคนอื่น
  2. แบบสะสมทรัพย์ หรือออมทรัพย์

    เป็นการประกันชีวิตที่บริษัทจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย เมื่อมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญา หรือจ่ายเงินเอาประกันภัย ให้แก่ผู้รับประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตลงภายในระยะเวลาประกัน ภัย การประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เป็นส่วนผสมของการคุ้มครองชีวิต และการออมทรัพย์ ส่วนของการออมทรัพย์ คือส่วนที่ผู้เอาประกันภัยได้รับคืนเมื่อสัญญาครบกำหนด
  3. แบบชั่วระยะเวลา

    เป็นการประกันชีวิตที่บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์เมื่อผู้เอา ประกันภัยเสียชีวิตในระยะเวลาประกันภัย วัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครอง การเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร การประกันชีวิตแบบนี้ไม่มีส่วนของการออมทรัพย์ เบี้ยประกันภัยจึงต่ำกว่าแบบอื่น ๆ และไม่มีเงินเหลือคืนให้หากผู้เอาประกันภัยอยู่จนครบกำหนดสัญญา
  4. แบบเงินได้ประจำ หรือแบบบำนาญ

    เป็นการประกันชีวิตที่บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเท่ากันอย่างสม่ำเสมอ ให้แก่ผู้เอาประกันภัยทุกเดือน นับแต่ผู้เอาประกันภัยเกษียณอายุ หรือมีอายุครบ 55 ปี หรือ 60 ปี เป็นต้นไป แล้วแต่เงื่อนไขในกรมธรรม์ที่กำหนดไว้ สำหรับระยะเวลาการจ่ายเงินได้ประจำนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เอา ประกันชีวิตที่จะเลือกซื้อ
ในกรมธรรม์ประกันชีวิต จะแบ่งความคุ้มครองออกเป็น 2 ส่วน
  • ส่วนที่ 1

    เป็นความคุ้มครองหลัก หรือสัญญาหลัก ซึ่งก็คือความคุ้มครองการเสียชีวิตในทุกกรณี กรมธรรม์ประกันชีวิตจะต้องมีความคุ้มครองส่วนนี้เป็นพื้นฐาน จะระบุระยะเวลาที่ให้ความคุ้มครอง และระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย ให้ทราบอย่างชัดเจน
  • ส่วนที่ 2

    เป็นความคุ้มครองที่เพิ่มเติม หรือสัญญาเพิ่มเติม ซึ่งก็คือ ความคุ้มครองส่วนที่เพิ่มเติมจากการเสียชีวิต ได้แก่ ความคุ้มครองกรณีประสบอุบัติเหตุ ความคุ้มครองกรณีต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล ความคุ้มครองกรณีโรคร้ายแรง ความคุ้มครองผู้ชำระเบี้ยฯ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยความคุ้มครองส่วนนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นสัญญาปีต่อปี ผู้เอาประกันภัยสามารถขอยกเลิก หรือขอซื้อเพิ่มภายหลัง ระหว่างที่สัญญาหลักยังคงให้ชำระเบี้ยฯ หรือมีความคุ้มครองอยู่ ภายใต้ระเบียบและกฏเกณฑ์ของบริษัทฯ โดยทั่วไปแล้วตัวแทนประกันชีวิต จะแนะนำให้ซื้อความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมนี้ พร้อมกับสัญญาประกันชีวิตหลัก เนื่องจากการซื้อเพิ่มในภายหลัง จะมีความยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบเอง
ความคุ้มครองทั้ง 2 ส่วน ตัวแทนประกันชีวิต จะมีการพุดคุยกับลูกค้า เพื่อจัดแผนความคุ้มครองให้ตรงกับความต้องการ ควบคู่ไปกับการวางแผนทางเงินให้กับท่าน เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุดจากการถือกรมธรรม์ประกันชีวิต
เป็นสิทธิในการขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิตได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขกรมธรรม์ นับจากวันที่ผู้เอาประกันภัยได้รับเล่มกรมธรรม์ โดยจะได้รับเบี้ยประกันภัยคืนหลังจากหักค่าใช้จ่ายของบริษัทฉบับละ 500 บาท และหักค่าตรวจสุขภาพตามที่จ่ายจริง (ถ้ามี) เว้นแต่เป็นการเสนอขายกรมธรรม์โดยใช้วิธีการทางอเล็กทรอนิกส์ บริษัทฯ จะคืนเบี้ยฯ เต็มจำนวนโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ แต่หากพ้นกำหนดที่จะใช้สิทธิ Free look period แล้ว คุณจะต้องขอยกเลิกกรมธรรม์ด้วยการเวนคืนกรมธรรม์แทน
เป็นทางเลือกในการหยุดชำระเบี้ยฯ โดยยังคงมีความคุ้มครองของสัญญาหลักอยู่ด้วยจำนวนเงินประกันภัยเท่าเดิม แต่ระยะเวลาอาจสั้นลง หรืออาจคุ้มครองจนถึงครบกำหนดสัญญา ขึ้นอยู่กับปีกรมธรรม์ที่ชำระเบี้ยฯ มา ในขณะที่สัญญาเพิ่มเติมฯ จะสิ้นสุดความคุ้มครอง กรมธรรม์ที่ดำเนินการได้บริษัทฯ จะต้องรับประกันในอัตราเบี้ยฯ มาตรฐาน ดำเนินการโดย

เอกสารที่ใช้

  1. คำร้องขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดกรมธรรม์
  2. กรมธรรม์ประกันชีวิต
  3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน(พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)
หมายเหตุ : ต้องเป็นกรมธรรม์ที่บริษัทรับประกันในอัตราเบี้ยปกติ(Standard)
เป็นทางเลือกในการหยุดชำระเบี้ยฯ โดยยังคงมีความคุ้มครองของสัญญาหลักไปจนถึงครบกำหนดสัญญา ด้วยจำนวนเงินประกันภัยที่ลดลง หรืออาจเท่าเดิม ขึ้นอยู่กับปีกรมธรรม์ที่ชำระเบี้ยฯ มา ในขณะที่สัญญาเพิ่มเติมฯ จะสิ้นสุดความคุ้มครอง ดำเนินการโดย

เอกสารที่ใช้

  1. คำร้องขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดกรมธรรม์
  2. กรมธรรม์ประกันชีวิต
  3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน(พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)
เมื่อท่านไม่ชำระเบี้ยประกันภัย ภายในระยะเวลาผ่อนผัน กรมธรรม์อาจสิ้นผลบังคับลง เมื่อกรมธรรม์สิ้นสุดผลบังคับ ท่านสามารถขอต่ออายุกรมธรรม์ให้กลับมามีผลบังคับตามเดิมได้ ภายใน 5 ปี โดยจะต้องแสดงผลตรวจสุขภาพ หรือประวัติสุขภาพของท่าน ประกอบการพิจารณาต่ออายุฯ โดยค่าใช้จ่ายของท่านเอง(ถ้ามี) โดยดำเนินการ ดังนี้

เอกสารที่ใช้

  1. หนังสือรับรองสุขภาพ
  2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน(พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)

หมายเหตุ

แนะนำให้ติดต่อตัวแทนที่ให้บริการ หรือเจ้าหน้าที่บริษัทเพื่อขอทราบจำนวนเบี้ยประกันภัยที่จะชำระในการขอต่ออายุกรมธรรม์สัญญา และขอคำแนะนำอื่นๆ กรมธรรม์ที่ต่ออายุฯ ได้ ต้องขาดอายุไม่เกิน 5 ปี นับตั้งแต่วันที่กรมธรรม์ขาดอายุ
กรณีนี้ ท่านจะต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน แล้วนำมาเบิกกับบริษัทฯ ในภายหลัง โดยช่วงเวลาที่ท่านเข้ารับการรักษา กรมธรรม์จะต้องมีผลบังคับอยู่
ในระหว่างระยะเวลาผ่อนผันกรมธรรม์ประกันภัยยังคงมีผลบังคับ ผู้เอาประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย โดยท่านจะต้องชำระเบี้ยประกันภัยก่อนเท่านั้น จึงจะสามารถใช้สิทธิผ่านโรงพยาบาลคู่สัญญาของบริษัทฯ ผ่านบริการ Fax Claim ในช่วงระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยนั้นได้ กรณีที่ท่านยังไม่ชำระเบี้ยฯ ท่าจะต้องสำรองจ่ายไปก่อน แล้วมาเบิกกับบริษัทฯ ในภายหลัง
ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 บริษัทฯมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายและดำเนินการแสดงตน (KYC) สำหรับผู้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันชีวิต ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะกระทำเมื่อผู้รับผลประโยชน์ยื่นเอกสารโดยตรงกับพนักงานบริษัทฯ รวมถึงสาขาต่างๆ ด้วย
บทความประกันชีวิต