ไวรัสโคโรนา (Coronavirus)

โคโรน่าไวรัส หรือ coronavirus (CoV) คือเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคปอดอักเสบติดเชื้อ รวมไปทั้งโรคปอดอักเสบรุนแรง พบได้ทั้งในสัตว์และในคน โดยโคโรน่าไวรัสมีหลายสายพันธุ์ ซึ่งสายพันธุ์ที่เคยระบาดรุนแรงก็ได้แก่ ไวรัสซาร์ส (SARS-CoV) ที่เคยระบาดไปทั่วโลกในปี 2002 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตทั่วโลกกว่า 600 คน และไวรัสเมอร์ส (MERS-CoV) ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเกือบ 900 คนในปี 2012 ซึ่ง โคโรน่าไวรัส ที่กำลังระบาดอยู่ในช่วงนี้ เป็นสายพันธุ์ใหม่ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ซึ่งคาดกันว่าแม้จะมีความรุนแรงไม่เท่าสายพันธุ์ก่อนๆ แต่ก็มีสิทธิที่เชื้อไวรัสจะพัฒนาตัวเองจนมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ดังนั้นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด 

อาการและการแพร่เชื้อ

อาการของไวรัสตัวนี้ จะคล้ายคลึงกับไข้หวัด ซึ่งมีทั้งอาการไอแห้ง เจ็บคอ มีน้ำมูกไหล จาม มีไข้สูง และหายใจเหนื่อยหอบ ซึ่งเป็นอาการของโรคทางเดินระบบหายใจ และอาจจะมีอาการท้องเสียเกิดขึ้นได้อีกด้วย โดยระยะฟักตัวของอาการจะอยู่ที่ประมาณ 2-14 วัน โดยการแพร่เชื้อเกิดจากคนสู่คน มักเกิดจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เช่นละอองจากการไอ จาม หรืออีกทางคือการสัมผัสผู้ติดเชื้อโดยตรง เช่นแตะที่ปาก จมูก หรือตา ซึ่งผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากที่สุด คือผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี, กลุ่มเด็ก, กลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง และกลุ่มผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ที่ติดเชื้อไวรัส  HIV หรือโรคมะเร็ง

การป้องกันไวรัสโคโรนา

  • หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น

  • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น (เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว) เนื่องจากเชื้อก่อโรคทางระบบทางเดินหายใจสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ

  •  รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

  •  เลือกรับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุก ทั้งเนื้อสัตว์ ไข่ และผัก

  • ระหว่างเดินทางในต่างประเทศขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือมีมลภาวะ

  • ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอจาม และสวมใส่หน้ากากอนามัย

ขอบคุณข้อมูลจาก

-www.officemate.co.th

Write A Comment