ขณะที่รถยนต์ขับเคลื่อนไปบนท้องถนน จะมีการไหลเวียนของอากาศภายนอกและภายในอยู่เสมอ ด้วยการถ่ายอากาศเสียออกทางท่อไอเสียแล้วรับอากาศที่ดีเข้ามา หากจอดรถไว้นิ่งๆ แล้วติดเครื่องไว้ เครื่องยนต์จะเกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ และทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ขึ้นโดยไม่มีการถ่ายเทออกไป อากาศเสียก็จะวนเวียนอยู่ภายในไม่ไปไหน ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย เพราะก๊าซชนิดนี้จะไปแย่งออกซิเจนจับตัวกับเม็ดเลือดแดง ซึ่งจับได้ง่ายกว่าออกซิเจนหลายเท่า ทำให้การลำเลียงออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อไม่เพียงพอ ร่างกายจะขาดออกซิเจนและอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ เกิดอาการเลือดเป็นกรด ทำงานไม่ปกติ ซึม ชัก และเสียชีวิตในที่สุด

ปกติแล้วก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ มักปนอยู่ในอากาศรอบตัวเรา ซึ่งร่างกายก็คงได้รับเข้าไปอย่างต่อเนื่อง โดยระดับที่เป็นอันตรายต่อร่างกายจะอยู่ที่ 1-200 ppm หากได้รับติดต่อกันเป็นเวลา 4 ชั่วโมง ร่างกายจะเริ่มอ่อนเพลีย ปวดเมื่อย เวียนศีรษะ อยากนอนต่อ และเป็นอันตรายถึงชีวิต

ทั้งนี้สภาพรถยนต์ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดก๊าซชนิดนี้ หากเป็นรถยนต์เก่า หรือไม่มีการตรวจสภาพ จะเกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์สูงกว่า (เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้สูงกว่า) รถยนต์ใหม่ หรือรถที่ผ่านการตรวจสภาพอย่างสม่ำเสมอ แปลว่าอัตราการเสี่ยงของการเสียชีวิตจากการเปิดแอร์นอนในรถยนต์เก่า หรือไม่ได้รับการตรวจสภาพ จะสูงกว่านั่นเอง แต่แท้จริงแล้วไม่ว่าจะรถเก่าหรือใหม่ ก็ไม่ควรเปิดแอร์นอนหลับในรถยนต์ขณะที่จอดสนิทอยู่ดี เพราะก๊าซชนิดนี้ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น ทำให้ไม่มีทางรู้ตัวเลยว่าได้รับก๊าซชนิดนี้เข้าไปมากน้อยแค่ไหนโดยเฉพาะขณะหลับ

นอกจากนี้ เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส เป็นอุปกรณ์อีกอย่างหนึ่งที่มีความเสี่ยงเช่นกัน เพราะมีการปล่อยทั้งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ หากติดตั้งไม่ได้มาตรฐานเกิดก๊าซรั่วในระบบปิด รวมทั้งการไม่ติดตั้งพัดลมระบายอากาศ หรือไม่มีหน้าต่าง อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้ใช้งานได้ ดังนั้นในการจะเข้าพักก็ควรตรวจสอบให้ดีก่อนว่าที่พักนั้นได้มาตรฐานหรือไม่?

ตรวจสอบเบี้ยประกันภัยรถยนต์ Click ที่นี่

Write A Comment